Local Learn Center แหล่งเรียนรู้ของคนท้องถิ่น โดยคนท้องถิ่น เพื่อคนท้องถิ่น

ประมวลกฎหมายอาญา คือ กฎหมายที่บัญญัติว่า การกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใด เป็นความผิดและกำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดไว้ด้วย

กฎหมายอาญา คือ กฎหมายที่บัญญัติว่า การกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใด เป็นความผิดและกำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดไว้ด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่ง กฎหมายอาญา คือ กฎหมายที่บัญญัติห้ามมิให้มีการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด หรือบังคับให้มีการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด โดยผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะต้องได้รับโทษ



 
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22

05 มิ.ย. 2566 0 54

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 โทษจำคุก ให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา เว้นแต่คำพิพากษานั้นจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21

05 มิ.ย. 2566 0 63

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ เม

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20

05 มิ.ย. 2566 0 22

ประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1บทบัญญัติทั่วไป ลักษณะ 1บทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไป หมวด 3โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัยมาตรา 20 บรรดาความผิดที่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับด้วยนั้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะลงแต่โทษจำคุกก็ได้

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 19
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 19

05 มิ.ย. 2566 0 21

ประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1บทบัญญัติทั่วไป ลักษณะ 1 บทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไป หมวด 3 โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย มาตรา 19 ผู้ใดต้องโทษประหารชีวิต ให้เอาไปยิงเสียให้ตาย

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18

04 มิ.ย. 2566 0 25

กฎหมายอาญา มาตรา 18 โทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดมีดังนี้ (1) ประหารชีวิต (2) จำคุก (3 ) กักขัง (4) ปรับ (5) ริบทรัพย์สิน

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17

04 มิ.ย. 2566 0 17

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17 บทบัญญัติในภาค 1 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ให้ใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เว้นแต่กฎหมายนั้น ๆ จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 16
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 16

04 มิ.ย. 2566 0 16

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 16 เมื่อศาลได้พิพากษาให้ใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใดแล้ว ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคำเสนอของผู้นั้นเอง ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการว่า พฤติการณ์เกี่ยวกับการใช้บังคับนั้นได้เปลี่ยนแปลง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15

04 มิ.ย. 2566 0 18

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15 ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง โทษใดได้เปลี่ยนลักษณะมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย และได้มีคำพิพากษาลงโทษนั้นแก่บุคคลใดไว้ ก็ให้ถือว่าโทษที่ลงนั้นเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยด้วย

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14

02 มิ.ย. 2566 0 22

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14 ในกรณีที่มีผู้ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยใดอยู่และได้มีบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่จะสั่งให้มีการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นไป ซึ่งเป็นผลอันไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่กรณีของผู้นั้นได้ ห

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13

02 มิ.ย. 2566 0 18

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13 ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังได้มีการยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยใด และถ้าผู้ใดถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นอยู่ ก็ให้ศาลสั่งระงับการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นเสียเมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 12
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 12

02 มิ.ย. 2566 0 18

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 12 วิธีการเพื่อความปลอดภัยจะใช้บังคับแก่บุคคลใดได้ก็ต่อเมื่อมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้ใช้บังคับได้เท่านั้น และกฎหมายที่จะใช้บังคั บนั้น ให้ใช้กฎหมายในขณะที่ศาลพิพากษา

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 11
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 11

02 มิ.ย. 2566 0 17

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 11 ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ถ้าผู้นั้นได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้วทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรั

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 10
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 10

01 มิ.ย. 2566 0 19

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 10 ผู้ใดกระทำการนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นความผิดตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 7 (2) และ (3) มาตรา 8 และมาตรา 9 ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า (1) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 9
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 9

01 มิ.ย. 2566 0 14

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 9 เจ้าพนักงานของรัฐบาลไทยกระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 147 ถึงมาตรา 166 และมาตรา 200 ถึงมาตรา 205 นอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8

01 มิ.ย. 2566 0 20

มาตรา 8 ผู้ใดกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร และ (ก) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้น หรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ (ข) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้ร้องขอให้ล

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7

01 มิ.ย. 2566 0 23

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7 ผู้ใดกระทำความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้นอกราชอาณาจักรจะต้องรับโทษในราชอาณาจักร คือ (1) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 107 ถึงมาตรา 129 (2) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 6
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 6

31 พ.ค. 2566 0 22

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 6 ความผิดใดที่ได้กระทำในราชอาณาจักรหรือที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร แม้การกระทำของผู้เป็นตัวการด้วยกัน ของผู้สนับสนุน หรือของผู้ใช้ให้กระทำความผิดนั้นจะได้กระทำนอกราชอาณาจักร

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5

31 พ.ค. 2566 0 20

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5 ความผิดใดที่การกระทำแม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดได้กระทำในราชอาณาจักรก็ดี ผลแห่งการกระทำเกิดในราชอาณาจักร โดยผู้กระทำประสงค์ให้ผลนั้นเกิดในราชอาณาจักร หรือโดยลักษณะแห่งการกระทำ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4

31 พ.ค. 2566 0 20

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4 ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร ต้องรับโทษตามกฎหมาย การกระทำความผิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทย ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ให้ถือว่ากระทำความผิดในราชอาณาจักร

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3

31 พ.ค. 2566 0 23

มาตรา 3 ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าในทางใด เว้นแต่คดีถึงที่สุดแล้ว แต่ในกรณีที่คดีถึงที่สุดแล้ว ดังต่อไปนี้ (1) ถ้าผู้กระทำความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2

31 พ.ค. 2566 0 25

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1

31 พ.ค. 2566 0 33

มาตรา 1 ในประมวลกฎหมายนี้ (1) “โดยทุจริต” หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น (2) “ทางสาธารณ” หมายความว่า ทางบกหรือทางน้ำสำหรับประชาชนใช้ในการจราจร และให้หมายความรวมถึงทางรถไฟและทางรถรางที่มีรถเดิน สำหรับประชาช

1
^